Home
You Are Here: Home » ประสบการณ์ในต่างแดน » เปิดใจสะใภ้ไทย ในกรุมโรม

เปิดใจสะใภ้ไทย ในกรุมโรม

ขอแชร์มานะคะ

1158262870 เปิดใจสะใภ้ไทย ในกรุมโรม

กรุงโรม

 

“หนูไม่ไหวแล้ว ขอกลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อน”

น้ำค้างวัย 25 ปี สาวแดนที่ราบสูงเอ่ยเสียงแผ่ว เธอขยาดกับชีวิตที่เสี่ยงข้ามน้ำข้ามฟ้ามาแต่งงานกับชาวอิตาเลียน หอบความหวังมาเต็มเปี่ยมแต่ไม่เป็นไปตามฝัน

ความหวังจะยกระดับฐานะทางบ้านให้ดีขึ้นก่อนสัมผัสกรุงโรมสลายสิ้น

เธอเล่าว่า การตัดสินใจแต่งงานกับชาวอิตาเลียนนั้น รวดเร็วปานลัดนิ้วมือ เริ่มจากญาติแนะนำคู่สมรสมาให้ ครั้นปลงใจระดับหนึ่งแล้วฝ่ายชายก็บินมาหาถึงบ้าน สาธยายความดีความมั่งคั่งให้ฟัง ไม่ว่าจะยื่นข้อเสนออย่างไรฝ่ายชายก็ยินยอมพร้อมใจ “เขาไปอยู่ประเทศไทยประมาณ 1 เดือน คุยกับเขาถูกคอกัน เห็นเขาดูแลเราดีเลยตัดสินใจแต่งงานด้วย ทั้งๆที่เอกสารตอนนั้นยังไม่เสร็จเลย เขากำลังทำเรื่องหย่ากับแฟนเขา ทางโรมนี้เขามีลูกมีภรรยาที่โรมแล้ว”

เสียงเธอสั่นเครือเสมือนหนึ่งพ่นผ่านพิษความผิดหวังที่อัดอั้นอยู่ในอก บางขณะเธอเหม่อมองดอกไม้ข้างม้านั่งในสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโรม ที่เรานั่งสนทนากันอยู่ ดอกไม้อวดดอกดั่งดวงดาว แต่แก้มใสวัยสาวของเธอกำลังจะแต้มแต่งด้วยหยาดน้ำตา

ทั้งๆที่ทราบว่าฝ่ายชายมีภาระต้องดูแลลูกเมียอยู่แล้ว ทำไมถึงตัดสินใจแต่งงานด้วยเล่า เธอบอกว่า “คิดเหมือนคนไทยทั่วๆไป ที่มองว่าเขาเป็นคนมั่งมี และตอนนั้นหนูก็ยังเรียนไม่จบด้วย ปริญญาตรียังไม่ทันจบ วิ่งตามผู้ชายมาก่อน เป็นความคิดชั่ววูบเหมือนตัดสินใจวันนี้แล้วแต่งวันพรุ่งนี้ ต้องรีบตัดสินใจเพราะเขาต้องรีบกลับโรม”

ปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้น้ำค้างตัดสินใจได้เร็วขึ้น เธอบอกว่ามีญาติอยู่ในกรุงโรมแล้ว ดีร้ายอย่างไรญาติย่อมช่วยเหลือได้ “มาถึงนี่แรกๆเขาก็ดี แต่ความเปลี่ยนแปลงมีทุกวัน”

ความเปลี่ยนแปลงนั้น แน่นอนว่าไม่ได้เปลี่ยนไปในทางที่ดี นับวันมีแต่เลวร้ายลงส่วนหนึ่ง “เพราะว่าอายุเราห่างกันมาก ตอนแต่งเขาบอกว่า 52 แต่พอมาอยู่นี่เขาบอก 55 แต่จริงๆคืออายุ 62 ปีแล้ว”

ในที่สุดเธอได้ข้อสรุปให้ชีวิตว่า “เราไปกันไม่ได้เพราะวัยเราห่างกันมาก”

นอกจากช่องว่างระหว่างวัยแล้วยังมีเรื่องวัฒนธรรมต่างกันอีก เพราะความอ่อนต่อโลกและไม่ได้เรียนรู้วัฒนธรรมมาก่อน ทำให้เธอต้องพบปัญหาหนักอก

แรกๆเข้ามาเธอทำหน้าที่แม่บ้านอย่างเดียว คู่สมรสเป็นข้าราชการก็จริงแต่เนื่องจากภาระใช้จ่ายหลายอย่าง เป็นต้นว่า ต้องส่งลูกและพ่อแม่ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจอิตาลีไม่ดีมีคนตกงานใน พ.ศ.2555 นี้นับ 1,000,000 คน ทำให้เกิดปัญหาด้านการเงินขึ้นมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

“เราเกิดเรื่องหลายๆอย่างที่ไม่ลงตัว อย่างเรื่องต่างวัฒนธรรม เราอธิบายไปเขารู้วัฒนธรรมเราก็ดูเหมือนเขาจะเข้าใจ แต่พออีกสักเดือนเขาก็ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยแล้ว เหมือนเขาจะเอาเฉพาะภรรยาเดิมกับลูกและญาติของเขา แต่เราและญาติของเราเขาไม่สนใจ พ่อแม่เราเขาก็ไม่เอาด้วย”

น้ำตากลั่นจากความรันทดท้อเอ่อออกมานอกเบ้า เธอใช้มือปาดป้ายก่อนบอกว่า เรื่องการดูแลครอบครัวในประเทศไทย แรกๆทุกอย่างฝ่ายชายรับผิดชอบหมด แต่ต่อมาฝ่ายชายบอกว่า “เงินไม่ต้องส่งให้พ่อแม่แล้วนะมาเริ่มต้นกันใหม่ เราอธิบายให้เขาฟังว่าวัฒนธรรมของเราต้องดูแลพ่อแม่ แต่เขาว่าทำไมลูกต้องดูแลพ่อแม่ด้วย พ่อแม่สิต้องเลี้ยงดูลูก”

เสียงแปลกแปร่งจากรสปวดร้าวเตือนคนไทยว่า “อยากจะบอกคนไทยที่กำลังจะเดินทางเข้ามาประเทศอิตาลีหรือประเทศใดก็ตามให้ดูให้ดีเสียก่อน เพราะอย่างไร “เมืองไทยนั่นแหละดีที่สุด การมาอยู่ต่างที่ต่างถิ่นถึงจะมีเงินมากขนาดไหนก็ไม่มีความสุขถ้าเราไปกันไม่ได้”

ปัญหาของหญิงไทยที่แต่งงานกับชาวอิตาเลียนมิเพียงเรื่อง “เงินส่งทางบ้าน” เท่านั้น คนที่มิได้หมายเงินส่งทางบ้าน เพราะฐานะทางบ้านดีอยู่แล้วก็เกิดปัญหาเหมือนกัน อย่างปัญหาการอยู่กับสภาพสังคมของชาวอิตาเลียนไม่ได้ของศรินยา อายุ 32 ปี หญิงไทยแห่งเมืองย่าโม

ศรินยานับได้ว่าเป็นปัญญาชน เรียนจบระดับปริญญาตรีจากประเทศญี่ปุ่น ทำงานในประเทศญี่ปุ่นได้เงินเดือนสูง แต่ด้วยสายใยแห่งรักรัดร้อยให้เธอเข้ามาเป็นหนึ่งในหญิงไทยที่แต่งงานกับชาวอิตาเลียน และเดินทางมาอยู่ในประเทศอิตาลี

เธอยืนยันว่าสามีนิสัยดีทำให้เธอมั่นใจในตัวเขามากและคิดว่าจะเป็นพ่อที่ดีของลูกได้ “แต่เมื่อมาอยู่นานเข้าเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ สภาพสังคมมันไม่เข้ากับเรา อันนี้เป็นอุปสรรคอันนี้ไม่ราบรื่นไม่เหมือนประเทศเรา อย่างระบบเอกสารเขาช้ามาก พนักงานก็พูดจาไม่เอาลูกค้า อย่างเราไปติดต่อเขาถึงเวลาเลิกงานคนยืนรอมากเพียงใดก็ไม่สนใจแล้ว อย่างเราท้องอยู่จองหมอต้องไปรอคิวระบบมันแย่มาก บ้านเราไปหาหมอเดี๋ยวเดียวก็ได้แล้ว แต่หมอที่นี่ไม่ใช่อย่างไรก็ต้องรอ…”

และเรื่องครอบครัว “พ่อแม่เขาเหนียวแน่นกันมากเกินไปหรือเปล่ามาคอยมาห่วง แยกครอบครัวกันแล้วก็รู้สึกอึดอัด เรื่องบริการตามร้านค้า ร้านอาหารทุกสิ่งอย่างบริการไม่มีความเป็นมิตร เหมือนโกรธอยู่ตลอดเวลา แต่เรื่องนี้เราไม่โทษสามี เป็นเพราะเราอยู่กับสังคมเขาไม่ได้”

ศรินยาเตือนเพื่อนคนไทยว่า การอยู่ในต่างประเทศมิใช่ความรักเท่านั้น แต่ต้องดูสังคมรอบข้างของประเทศที่เข้าไปอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม เศรษฐกิจ กฎหมาย “ไม่ใช่ดูเฉพาะแฟน เพราะมาอยู่กับคนไม่ได้อยู่กับแฟนสองคนเท่านั้น แต่อยู่กับญาติอยู่กับสังคมของเขาด้วย”

นาทีนี้ “อยากกลับบ้านทุกวัน แต่ความที่มีลูกและสามีเขาไม่ยอมและกฎหมายของเขา ถ้าจะหย่ากันต้องแยกกันอยู่ 3 ปี ถึงจะหย่าได้ ก่อนแต่งเราไม่เคยคิดเรื่องหย่า”

ศรินยาสรุปว่า แม้จะมีความรู้มีฐานะทางเศรษฐกิจดี แต่เมื่อมาแต่งงานมีลูกแล้วการกลับประเทศไทยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

สองสะใภ้ของอิตาเลียนยังเป็นคนใหม่ ยังต้องพบเรื่องราวชีวิตอีกมากถ้ายืนหยัดอยู่ต่อไป แล้วคนที่มาแต่งงานกว่า 30 ปี มองปรากฏการณ์เหล่านี้อย่างไร

“คนไทยบางคนแต่งงานมาเพราะความสนุก แม้จะเจอผู้ชายดีแต่ประพฤติไม่ดีก็อยู่ไม่ได้ แต่บางคนก็โดนหลอกมา ควรระวังเรื่องพ่อหม้ายเขาไม่ทิ้งลูกเขาอย่างเด็ดขาด เขาบอกว่าฉันไม่มีเงินให้เธอกิน แต่เขามีให้ลูกแล้วอย่างนี้เราจะรักเขาได้ไหม คนไทยก่อนจะแต่งงานควรไปถามข้าราชการเก่าๆ ที่สถานทูต นั่งถามเลย แน่ใจหรือดีแล้วหรือ บางคนไม่ถึงเดือนก็โดนตบโดนกระทืบออกมาแล้ว” นฤมลบอก

นฤมล มั่งคั่ง อายุ 66 ปี แต่งงานกับชาวอีตาเลียนและอยู่ในกรุงโรมมานับ 30 ปี

เธอบอกว่า บางรายแรกๆก็ดีนานเข้าก็ให้ออกไปทำงานข้างนอก คนไทยเราไม่ยอมเสียหน้า บางรายรับผิดชอบค่าน้ำค่าไฟของเขาหมด “ดังนั้น ต้องถามตัวเองว่าพร้อมไหม ถ้าไม่พร้อมก็อย่าทำอย่ามา เราข้ามน้ำข้ามทะเลมาแล้ว ต้องดูแลทางบ้านเราด้วย บางคนมีแฟนจ่ายให้แฟนหมดเลย พอเขาทิ้งเป็นอย่างไรล่ะ สุดท้ายแล้วเราจะได้อะไรกลับประเทศไทย”

ชีวิตคนที่เดินตามฝันเป็นเรื่องงดงาม แต่ก่อนจะก้าวย่าง การเตรียมตัวให้พร้อม แล้วค่อยก้าวอย่างระมัดระวังดูจะเป็นทางที่ดีที่สุด.

ที่มา สกู๊ปหน้า 1 ข่าวไทยรัฐออนไลน์

dmca copyright protected150b เปิดใจสะใภ้ไทย ในกรุมโรม
Clip to Evernote

About The Author

Number of Entries : 145

Comments (1)

  • chetsada

    สำหรับคนที่จะไปเป็นสะใภ้ต่างประเทศ คิดทบทวนสักนิดก่อนตัดสินใจนะ ตัวอย่างมีให้เห็น

    Well-loved. Like or Dislike: Thumb up 5 Thumb down 0

    ตอบกลับ

Leave a Comment

 

© 2012 Powered By Wanida THANAPHICHET, Sapaiturk Themes By Ömer Faruk YILMAZ

Scroll to top